หนังสั้น
หนังสั้น หมายถึง เรื่องที่นำเสนอทั้งภาพและเสียงและในระยะเวลาอันจำกัดประมาณ 5-10 นาที
โดยสะท้อนเรื่องราว สาระที่เกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว
ขั้นตอนการผลิตหนังสั้น
1. ขั้นเตรียมการผลิต (Pre-Production)
1.1 สำรวจความต้องการและวิเคราะห์ปัญหา
1.2 วิเคราะห์เนื้อหาและกำหนดเรื่อง
1.3 เขียนบทวีดิทัศน์
1.4 วางแผนการถ่ายทำ
2. ขั้นการผลิต (Production)
คือ การถ่ายทำวีดิทัศน์เป็นการบันทึกภาพวีดิทัศน์ตามบทวีดิทัศน์ที่ได้เขียนไว้ ในการถ่ายทำควรจะต้อง
ศึกษาบทวีดิทัศน์อย่างละเอียด ถ่ายทำให้ได้ภาพครบตามที่ต้องการ
3. ขั้นหลังการผลิต (Post-Production)
คือ การตัดต่อลำดับภาพ ในขั้นนี้ถือว่าเป็นสุดท้ายของการผลิต เป็นขั้นสำคัญอีกขั้นหนึ่งที่ต้องมีความระเอียดรอบคอบ
4. ขั้นการประเมินผล (Evaluation)
การประเมินผล เป็นการประเมินผลสื่อ เมื่อได้ผลิตรายการวีดิทัศน์มาแล้วต้องนไไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายจริงเพื่อนไข้อมูลต่างๆ มาปรับปรุงแก้ไขตามที่เห็นสมควร
5. ขั้นเผยแพร
การเผยแพร่ ในการเผยแพร่วีดิทัศน์ ควรมีรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้เข้าถึงเป้าหมายให้ได้มากที่สุด ป
การเขียนบทวีดิทัศน์
บทวีดิทัศน์ คือ เป็นข้อเขียนหรือรายละเอียดที่เขียนขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวกำหนดแนวทาง ในการดำเนินการผลิตรายการวีดิทัศน์ และสื่อความหมายให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ตรงกันและสื่อความหมายได้ตรงตามวัตถุประสงค์
จุดมุ่งหมายของการเขียนบทวีดิทัศน์
1. เพื่อกำหนดรูปแบบของรายการ
2. เพื่อบ่งบอกถึงเนื้อหาของรายการ
3. เพื่อจัดข่าวสารที่สำคัญของการผลิตรายการให้เป็นขั้นตอน
บทวีดิทัศน์แบ่งออกเป็น 4 แบบใหญ่ๆ
1. บทวีดิทัศน์แบบสมบูรณ์(Fully script)
2. บทวีดิทัศน์กึ่งสมบูรณ์(Semi script )
3. บทวีดิทัศน์บอกเฉพาะรูปแบบ (Rundown sheet)
4. บทวีดิทัศน์แบบร่างกำหนดการของรายการ
การวางแผนกำหนดแนวทางการเขียน
Who – กลุ่มเป้าหมายของเรื่องคือใคร
Why- วัตถุประสงค์ของการน าเสนอเรื่องราว
What - มีอะไรเป็นขอบเขตเนื้อหา
How- เทคนิคการน าเสนอ น่าสนใจ มีชีวิตชีวา มีลูกเล่น มีขึ้น-ลง
When - เวลา / ความยาว / ออกอากาศ
Where- โรงเรียน / สถานีโทรทัศน์/Internet
ลำดับขั้นการเขียนบท
1. ศึกษาแผนการผลิต
2. ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล
3. การเขียนโครงสร้างเรื่องจากข้อมูลที่ค้นคว้า
4. ควรมีการประชุมเพื่อให้ความเห็นชอบกับโครงเรื่อง
5. ในการเขียนบทสำหรับถ่ายทำ ผู้เขียนบทควรคำนึงอยู่เสมอว่าการเขียนบทวีดิทัศน์ให้ช่างภาพและทีมงานเข้าใจอย่างดี
6. ตรวจสอบประเมินความถูกต้องของบท
องค์ประกอบที่สำคัญของบทวีดิทัศน์
1. ส่วนที่นำเข้าสู่เรื่องหรือแนะน าเรื่อง (introduction)
2. ส่วนที่เป็นการดำเนินเรื่อง (development)
3. ส่วนที่เป็นแก่นของเรื่อง(climax)
4.เป็นส่วนที่สรุป
วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554
จิตวิทยาการออกแบบและการนำเสนอ&องค์ประกอบในการออกแบบสื่อสร้างสรรค์
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสี
- แม่สีหรือสีขั้นต้น ทั้งสามประกอบด้วย สีแดง,เหลือง,น้ำเงิน เหตุที่ทั้งสามนี้ถือว่าเป็นแม่สีหลัก เพราะว่าสีทั้งสามเป็นสีไม่สามารถเกิดขึ้นจากการผสมสีอื่นๆ และยังเป็นสีต้นกำเนิดของสีอื่นๆ
การผสมสี(Color Mixing)
รูปแบบการผสมเพื่อให้เกิดเป็นสีต่างๆ สามารถแบ่งได้ 2 แบบ
- การผสมสีของแสง หรือการผสมสีแบบบวก
- การผสมของแสงขแงวัตถุ หรือการผสมแบบลบ
การผสมสีแบบบวก เป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากในการทำงานความเข้าใจ การผสมสีของแสง ไม่ใช้การผสมของวัตถุมีสีบนกระดาษ แสงสีขาวประกอบด้วยลำแสง ที่มีสีต่างๆตามความยาวคลื่นแสง พื้นฐานได้แก่สีแดง เหลืองหรือน้ำเงินอย่างที่เข้าใจมาก่อน
ชุดสีร้อน(Warm Color Scheme)
ชุดสีร้อนประกอบด้วยสีม่วง แดง แกมม่วง แดง ส้ม เหลือง และสีเขียวอมเหลือง สีเหล่านี้สร้างความรู้สึกอบอุ่น สบายและความรู้สึกต้อนรับช่วยถึงดูดความสนใจได้ง่าย
ชุดสีเย็น(Cool Color Scheme)
ชุดสีเย็นประกอบด้วยสีม่วง น้ำเงิน น้ำเงินอ่อน ฟ้า น้ำเงินแกรมเขียว และสีเขียว ตรงกันข้ามกับชุดสีร้อน ชุดสีเย็นให้ความรู้สึกสบาย
ชุดสีที่คล้ายคลึงกัน(Analogues Color Scheme)
ชุดสีที่รูปแบบอย่างง่ายอีกแบบ ก็คือชุดสีที่คล้ายคลึงกัน ประกอบด้วยสี 2 หรือ 3 สีที่อยู่ติดกันในวงล้อสี เช่น สีแดงแกรมม่วง สีแดง และสีส้ม

การใช้สีตามหลักการใช้สี
- การใช้สีเพื่อให้สีแต่ละสีประสานกลมกลืนกัน
- การใช้สีเพื่อให้แต่ละสีประสานส่งเสริมซึ่งกัน
วรรณะเย็น(Cool Tone)
ถ้าเรียงลำดับของสีตั้งแต่ สีเขียวเหลือง เวียนมาทางขวาซึ่งประกอบด้วย
- สีเขียวเหลือง
- สีเขียว
- สีเขียวน้ำเงิน
- สีน้ำเงิน
- สีม่วงน้ำเงิน
- สีม่วง
หลักการใช้สีแบบ2วรรณะเดียว
- การใช้สีแบบวรรณะเดียว
- การใช้สีวรรณะเดียวแต่มีการนำอีกวรรณะมารวมกัน
องค์ประกอบในการออกแบบสื่อสร้างสรรค์
- จุด(Point) เป็นจุดที่ชี้ให้เห็น ตำแหน่งในที่ว่าง หรือที่ต่างๆ ไม่มีความกว้าง ความยาว ความลึก จุดให้ความรู้สึกคงที่ ไม่มีทิศทาง ไม่ครอบคลุมพื้นที่ จุดจะเกิดอยู่ในบริเวณต่างๆ
- เส้น(Line) เส้นเกิดจากการนำจุดหลายๆจุดมาเรียงต่อกัน หรือเกิดจากจุดเคลื่อนที่ เส้นทางที่จุดเคลื่อนที่ไปคือ เส้น มีความยาว ไม่มีความกว้าง หรือความหนามาก การกำหนดทิศทางของเส้นในแนวที่ต่างกันจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน
เส้นตั้ง(Vertical Line) ให้ความรู้สึกสูงสง่า แข็งแรง มั่งคง ถ้าสูงมากๆ ก็จะให้ความรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่จะบอกความเติบโต
เส้นนอน(Hotizontal Line) ให้ความรู้สึกสงบ ราบเรียบ แน่นนอน มั่นคง ปลอดภัย ความนิ่ง พักผ่อนเป็นธรรมชาติ
เส้นเฉียง(Oblique Line) ให้ความรู้สึกไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัย ตื่นเต้น สนุกสนานแสดงการเคลื่อนที่ ไม่อยู่นิ่ง
- ทิศทาง(Direction) ลักษณะที่แสดงให้รู้ว่ารูปแบบทั้งหมดมีแนวโน้มไปทางใด ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกว่า มีการเคลื่อนไหว(Movement) นำไปสู่จุดสนใจ
- รูปทรง(Form) เกิดจากระนาบที่ปิดล้อมกันทำให้เกิดปริมาตร(Volume)มี3มิติ คือ ความกว้าง ความยาว และความสูง แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ รูปทรงเรขาคณิตและรูปทรงธรรมชาติ
เทคนิคการกลับพื้นภาพมีผลต่อสายตาผู้ดู
จากการออกแบบกลับพื้นที่ภาพ ทำให้เกิดการสร้างสรรค์งาน เป้นสัญญาลักษณ์(Logo) และเป็นที่นิยม เพราะมีความแปลกใหม่ น่าสนใจนอกนี้ยังมีผลของการมองเห็นว่า ภาพสีขาวที่อยู่ในพื้นที่สีดำ จะทำให้ดูโตขึ้น10-15%
- ขนาดและสัดส่วน(Size & Scale)
ขนาด(Size) คือ การเปรียบเทียบรูปร่างหรือรูปทรง การวัดสัดส่วน ระยะหรือขอบเขต
สัดส่วน(Scale) คือ ความเหมาะสมของสิ่งของตั้งแต่ 2 สิ่งขึ้นไป มีความสัมพันธ์กัน
- วัสดุและพื้นผิว(Material & Texture)
วัสดุ คือ วัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการออกแบบ โดยเลือความเหมาะสมตรงตามลักษณะของงาน ทำลงบนกระดาษวาดเขียน อาจเป็นรูปลอกลวดลายต่างๆแบบทึบแสง ถ้าทำลงบนแผ่นโปร่งใสก็ใช้รูปหรือตัวอักษรลอกแบบสีโปร่งแสง เป็นต้น
พื้นผิว(Texture)
พื้นผิว คือ ลักษณะ ที่่เกิดจากโครงสร้างของวัสดุ อาจนำวัตถุดิบหลายๆอย่างมาสร้างให้เกิดพื้นผิวใหม่ หรือแสดงความรู้สึกในการแยกจำแนกความเรียบความขรุขระ ความแตกต่างของพื้นผิวในทางกราฟิกสามารถแยกออกได้ด้วยประสาทสัมผัส ทางตา เป็นส่วนใหญ่ พื้นผิวที่แตกต่างกันจะทำให้รู้สึกต่างกัน
ผิวขรุขระ ให้ความรู้่สึกปลอดภัย มั่นคง แข็งแรง สาก สะดุด หยาบ ระคายเตือง ในบางสถานะทำให้ัดูเล็กกว่า ความจริง
ผิวเรียบมัน ให้ความรู้สึกไม่มั่นคง ลื่น หรูหรา วาบหวาม สดใส แสงสะท้อน ในบางสถานะทำให้ดูใหญ่กว่าปกติ
- ระนาบ (Plane) คือ เส้นที่ขยายออกไปในทางเดียวกัน จนเกิดเป็นพื้นที่ขึ้นมา
การจัดองค์ประกอบ (Composition)
1.ความสมดุล(Balance)
2.การเน้นให้เกิดจุดเด่น(Emphasis)
3.เอกภาพ(Unity)
4.ความกลมกลืน(Harmony)
5.ความขัดแย้ง(Contrast)
6.จังหวะ(Rhythm)
7.ความง่าย(Simplicity)
8.ความลึก(Perspective)
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554
การออกแบบและการนำเสนออย่างสร้างสรรค์ ด้วยคอมพิวเตอร์
การนำเสนอโดย Power point
- ต้องมีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์
- เสียเวลาในการเรียนวิธีใช้โปรแกรม
- ยุ่งยากต่อการออกแบบสไลด์
- ต้องการเครื่องฉายสไลด์
ทำไมต้อง Power point ?
- แก้ไขข้อความได้ง่าย
- ภาพที่ออกมาคมชัด
- ง่ายต่อการควบคุมการเปลี่ยนสไลด์
- เพิ่มภาพประกอบได้
- ใส่ภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียงได้
- พิมพ์ออกเพื่อเตรียมตัวนำเสนอ
การวางรูปแบบของสไลด์
- ใช้รูปแบบ Slide 35 mm
- วางแนวนอน
- ใช้ Templates ที่มีในโปรแกรม
- เว้นขอบทั้ง 4 ด้านให้ว่าง ~ 0.5 นิ้ว
- เนื้อหาจัดให้อยู่กลางสไลด
แนวทางการออกแบบ PowerPoint

- สื่อถึงเนื้อหาที่นำเสนอ
- หนึ่งสไลด์ต่อหนึ่งความคิด
- ชัดเจนและสะดวกต่อการอ่าน
- ความสมดุลและคงเส้นคงวา
- ใช้ภาพประกอบเมื่อจำเป็น
ส่วนประกอบการออกแบบ PowerPoint
1. Introduction ได้แก่ ชื่อเรื่อง/ชื่อผู้นำเสนอ/หน่วยงาน
2. ลำดับหัวข้อในการนำเสนอ
3. เนื้อหาตามลำดับหัวข้อ
4. บทสรุปการนำเสนอ
5. อ้างอิง หรือ ขอบคุณ
สรุป
มีหัวเรื่องทุกสไลด์ ,ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ และหลายรูปแบบ ,สีและรูปแบบตัวอักษรไม่ควรมากเกินไป
พื้นหรือ Background ไม่ควรยุ่งเหยิง ,หัวข้อย่อยไม่ควรมากกว่า 6 หัวข้อต่อสไลด์ ,ลำดับความสำคัญของหัวข้อย่อย ,ใช้กราฟเมื่อต้องการเปรียบเทียบ ดูแนวโน้ม และแสดงความสัมพันธ์
ใช้ภาพประกอบเมื่อจำเป็น ,ควรเว้นช่องไฟให้เหมาะสม ,เพิ่มข้อมูลที่ขาดหายไปเมื่อจำเป็น
- ต้องมีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์
- เสียเวลาในการเรียนวิธีใช้โปรแกรม- ยุ่งยากต่อการออกแบบสไลด์
- ต้องการเครื่องฉายสไลด์
ทำไมต้อง Power point ?
- แก้ไขข้อความได้ง่าย
- ภาพที่ออกมาคมชัด
- ง่ายต่อการควบคุมการเปลี่ยนสไลด์
- เพิ่มภาพประกอบได้
- ใส่ภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียงได้
- พิมพ์ออกเพื่อเตรียมตัวนำเสนอ
การวางรูปแบบของสไลด์
- ใช้รูปแบบ Slide 35 mm
- วางแนวนอน
- ใช้ Templates ที่มีในโปรแกรม
- เว้นขอบทั้ง 4 ด้านให้ว่าง ~ 0.5 นิ้ว
- เนื้อหาจัดให้อยู่กลางสไลด
แนวทางการออกแบบ PowerPoint

- สื่อถึงเนื้อหาที่นำเสนอ
- หนึ่งสไลด์ต่อหนึ่งความคิด
- ชัดเจนและสะดวกต่อการอ่าน
- ความสมดุลและคงเส้นคงวา
- ใช้ภาพประกอบเมื่อจำเป็น
ส่วนประกอบการออกแบบ PowerPoint
1. Introduction ได้แก่ ชื่อเรื่อง/ชื่อผู้นำเสนอ/หน่วยงาน
2. ลำดับหัวข้อในการนำเสนอ
3. เนื้อหาตามลำดับหัวข้อ
4. บทสรุปการนำเสนอ
5. อ้างอิง หรือ ขอบคุณ
สรุป
มีหัวเรื่องทุกสไลด์ ,ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ และหลายรูปแบบ ,สีและรูปแบบตัวอักษรไม่ควรมากเกินไป
พื้นหรือ Background ไม่ควรยุ่งเหยิง ,หัวข้อย่อยไม่ควรมากกว่า 6 หัวข้อต่อสไลด์ ,ลำดับความสำคัญของหัวข้อย่อย ,ใช้กราฟเมื่อต้องการเปรียบเทียบ ดูแนวโน้ม และแสดงความสัมพันธ์ใช้ภาพประกอบเมื่อจำเป็น ,ควรเว้นช่องไฟให้เหมาะสม ,เพิ่มข้อมูลที่ขาดหายไปเมื่อจำเป็น
วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
การสื่อสารและทฤษฏีการสื่อสาร
การสื่อสารและทฤษฏีการสื่อสารเป็นกระบวนการถ่ายทอด แลกเปลี่ยนเรื่องราวความต้องการ ความคิดเห็น ความรู้สึก ระหว่างผู้ส่ง-ผู้รับ ผ่านสื่อช่องทาง
1.วิธีการสื่อสาร
- การสื่อสารด้วยวาจา (วจนภาษา)
- การสื่อสารที่มิใช่ว่าจา (อวจนภาษา)
- การสื่อสารด้วยการใช้จักษุสัมผัส หรือการเห็น
2.รูปแบบการสื่อสาร
- การสื่อสารทางเดียว
- การสื่อสารสองทาง
3.ประเภทของการสื่อสาร
- การสื่อสารในตนเอง
- การสื่อสารระหว่างบุคคล
- การสื่อสารแบบกลุ่มย่อย
- การสื่อสารแบบกลุ่มใหญ่
- การสื่อสารมวลชน
องค์ประกอบของการสื่อสาร
1. ผู้รับสาร Source or Center
2. สาร Message
3. สื่อหรือช่องทาง Media or Channel
4. ผู้รับ Receiver
5. ผล Effect
6. ผลย้อนกลับ Feedback
อุปสรรคของการสื่อสาร
- คำพูด
- ฝันกลางวัน
- ข้ออ้างถึงที่ขัดแย้ง
- การรับรู้ที่จำกัด
- สภาพแวดล้อมทางกายภาพไม่เอื้ออำนวย
- การไม่ยอมรับ
1.วิธีการสื่อสาร
- การสื่อสารด้วยวาจา (วจนภาษา)
- การสื่อสารที่มิใช่ว่าจา (อวจนภาษา)
- การสื่อสารด้วยการใช้จักษุสัมผัส หรือการเห็น
2.รูปแบบการสื่อสาร
- การสื่อสารทางเดียว
- การสื่อสารสองทาง
3.ประเภทของการสื่อสาร
- การสื่อสารในตนเอง
- การสื่อสารระหว่างบุคคล
- การสื่อสารแบบกลุ่มย่อย
- การสื่อสารแบบกลุ่มใหญ่
- การสื่อสารมวลชน
องค์ประกอบของการสื่อสาร
1. ผู้รับสาร Source or Center
2. สาร Message
3. สื่อหรือช่องทาง Media or Channel
4. ผู้รับ Receiver
5. ผล Effect
6. ผลย้อนกลับ Feedback
อุปสรรคของการสื่อสาร
- คำพูด
- ฝันกลางวัน
- ข้ออ้างถึงที่ขัดแย้ง
- การรับรู้ที่จำกัด
- สภาพแวดล้อมทางกายภาพไม่เอื้ออำนวย
- การไม่ยอมรับ
วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ความหมายของการออกแบบและการนำเสนออย่างสร้างสรรค์
1. ความสำคัญของการออกแบบและการนำเสนออย่างสร้างสรรค์กับการพัฒนาชุมชน?
ความสำคัญของการออกแบบและการนำเสนออย่างสร้างสรรค์กับการพัฒนาชุมชนคือเราจะต้องออกแบบการนำเสนอต่างๆให้เหมาะกับสภาพของคนในชุมชน เรื่องที่เราจะนำมาเสนอเราจะนำเสนอกับกลุ่มคนประเภทใดก็ควรจะทำสื่อให้ตรงกับกลุ่มคนเหล่านั้น เช่นถ้าเราจะนำเสนอให้เด็กๆฟังเราก็ควรจะทำสื่อที่มีสีสันสวยงามให้เด็กอยากจะติดตาม ทำตัวหนังสือขนาดใหญ่ หรือมีสื่อที่เป็นสิ่งล่อใจเด็กๆ เพื่อดึงดูดความสนใจให้มาสนใจในการนำเสนอของเรา ถ้ากลุ่มคนในชุมชนเป็นผู้สูงอายุ หรือวัยรุ่น เราก็จะต้องปรับแต่งการออกแบบของเราให้เข้ากับคนเหล่านั้นให้มากที่สุด เพื่อการนำเสนอที่มีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ในการนำเสนอแต่ละครั้ง
2.ภาพประทับใจในการพัฒนาชุมชน พร้อมบอกถึงความประทับใจ..
เหตุผลที่เลือกรูปนี้ : เพราะว่ามันแสดงออกถึงความตั้งใจที่จะช่วยกันทำความสะอาดและเก็บกวาดเศษต้นไม้ คนในภาพดูแล้วท่าทางเป็นวัยรุ่นแต่ยังมีจิตอาสาจะมาช่วยเหลือชุมชนของตนเอง ถึงแม้ว่าจะยืนถ่ายรูปกันอยู่แต่คนข้างหลังก็ยังขะมักเขม้นในการทำความสะอาดพื้นที่ในชุมชนของตัวเอง ดูจากท้องฟ้าแล้วฝนทำท่าว่ากำลังจะตกแต่คนเหล่านี้ก็ยังช่วยกันทำงานช่วยชุมชนกันต่อไป ซึ่งอาจจะเดาได้ว่าก่อนหน้านี้แดดจัดมากเพราะบางคนใส่ผ้าคลุมศีรษะบางคนสวมหมวกกันแดด สวมเสื้อแขนยาว ซึ่งตอนที่ถ่ายภาพนี้ท้องฟ้าดูเหมือนฝนกำลังจะตก ทำให้เห็นว่าอากาศไม่ค่อยดีนักสำหรับวันนี้ทั้งแดดทั้งฝนแต่คนเหล่านี้ก็ไม่หวั่นที่จะทำความสะอาดชุมชนของตัวเอง จึงถือได้ว่าบุคคลเหล่านี้เป็นนักพัฒนาชุมชนที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง.
ความสำคัญของการออกแบบและการนำเสนออย่างสร้างสรรค์กับการพัฒนาชุมชนคือเราจะต้องออกแบบการนำเสนอต่างๆให้เหมาะกับสภาพของคนในชุมชน เรื่องที่เราจะนำมาเสนอเราจะนำเสนอกับกลุ่มคนประเภทใดก็ควรจะทำสื่อให้ตรงกับกลุ่มคนเหล่านั้น เช่นถ้าเราจะนำเสนอให้เด็กๆฟังเราก็ควรจะทำสื่อที่มีสีสันสวยงามให้เด็กอยากจะติดตาม ทำตัวหนังสือขนาดใหญ่ หรือมีสื่อที่เป็นสิ่งล่อใจเด็กๆ เพื่อดึงดูดความสนใจให้มาสนใจในการนำเสนอของเรา ถ้ากลุ่มคนในชุมชนเป็นผู้สูงอายุ หรือวัยรุ่น เราก็จะต้องปรับแต่งการออกแบบของเราให้เข้ากับคนเหล่านั้นให้มากที่สุด เพื่อการนำเสนอที่มีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ในการนำเสนอแต่ละครั้ง
2.ภาพประทับใจในการพัฒนาชุมชน พร้อมบอกถึงความประทับใจ..
เหตุผลที่เลือกรูปนี้ : เพราะว่ามันแสดงออกถึงความตั้งใจที่จะช่วยกันทำความสะอาดและเก็บกวาดเศษต้นไม้ คนในภาพดูแล้วท่าทางเป็นวัยรุ่นแต่ยังมีจิตอาสาจะมาช่วยเหลือชุมชนของตนเอง ถึงแม้ว่าจะยืนถ่ายรูปกันอยู่แต่คนข้างหลังก็ยังขะมักเขม้นในการทำความสะอาดพื้นที่ในชุมชนของตัวเอง ดูจากท้องฟ้าแล้วฝนทำท่าว่ากำลังจะตกแต่คนเหล่านี้ก็ยังช่วยกันทำงานช่วยชุมชนกันต่อไป ซึ่งอาจจะเดาได้ว่าก่อนหน้านี้แดดจัดมากเพราะบางคนใส่ผ้าคลุมศีรษะบางคนสวมหมวกกันแดด สวมเสื้อแขนยาว ซึ่งตอนที่ถ่ายภาพนี้ท้องฟ้าดูเหมือนฝนกำลังจะตก ทำให้เห็นว่าอากาศไม่ค่อยดีนักสำหรับวันนี้ทั้งแดดทั้งฝนแต่คนเหล่านี้ก็ไม่หวั่นที่จะทำความสะอาดชุมชนของตัวเอง จึงถือได้ว่าบุคคลเหล่านี้เป็นนักพัฒนาชุมชนที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



