วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัดหน่วยการเรียนรู้ที่9 เรื่องการแต่งกายและสุภาษิตวันแม่

แบบฝึกหัดบทที่ 9

1. ประโยคที่ว่า"บุคลิกดีมีชัยไปกว่าครึ่ง"นิสิตเห็นด้วยหรือไม่จงให้เหตุผล?


ตอบ เห็นด้วย บุคลิกดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะว่าเวลาที่คนมองมาที่ตัวเราอันดับแรกจะมองดูที่บุคลิก หน้าตาก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าเราจะไปทำอะไร สมัครงานหรือทำกิจกรรมอะไรก็ตามแต่จะส่งผลให้เราดูดีกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นต้องฝึกเดิน ฝึกนั่งหรือทำตัวให้มีบุคลิคภาพที่ดีเอาไว้เพราะถือเป็นตัวช่วยให้เรามีโอกาสจะทำสิ่งอื่นๆได้ดีกว่าคนที่มีบุคลิกไม่ดี เวลาคนอื่นมองก็จะมองคนที่มีบุคลิกดีก่อนส่วนคนที่มีบุคลิกไม่ดีก็จะถูกมองผ่านหรือถ้าเปรียบเทียบกันก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าคนที่มีบุคลิกดีมีชัยไปกว่าครึ่งจริงๆ


2. ถ้านิสิตเป็นคนมีรูปร่างอ้วนควรแต่งการอย่างไร พร้อมภาพประกอบ?








  
ตอบ


1.เสื้อผ้าคนอ้วนที่ตัดจากผ้าสีเข้ม เสื้อผ้าคนอ้วนสีเข้มเหล่านั้นจะช่วยทำให้สาวรูปร่างอ้วนดู ผอมเพรียว


กว่าเดิมได้ อันนี้เป็นหลักคลาสสิคที่สาวรูปร่างอ้วนทั้งหลายมักจะรู้และเลือกหาเพื่อซื้อเสื้อผ้าคนรูปร่าง


อ้วนสีเข้มๆ


2.สาวรูปร่างอ้วน หากต้องการปกปิดสัดส่วนตรงไหน ไม่อยากให้เป็นจุดเด่นเน้นสายตา ควรหลีกเลี่ยง


เสื้อผ้าคนอ้วนหรือเสื้อผ้าไซส์ใหญ่ ที่เป็นผ้ามันๆ เด็ดขาด


3.สาวรูปร่างอ้วนที่มีสะโพกใหญ่ ควรหากระโปรงคนอ้วนหรือชุดแซกแบบกระโปรงคนอ้วนที่เป็นทรงเอดี


กว่า จะช่วยพรางสะโพก ได้ดี


4.ถ้ารู้ว่ามีช่วงขาอ้วนจนเกิน ให้เลือกกระโปรงคนอ้วนทรงเอ ที่ยาวปกปิดได้


5.ถ้าอยากใส่เสื้อผ้าคนอ้วนแล้วทำให้เราดูดีแบบคลาสสิค ควรใส่เสื้อผ้าคนอ้วนแบบสีเดียวหรือโทนใกล้


เคียงกัน ดีกว่าใส่หลายสี


6.เข็มขัดเป็นส่วนประกอบหรือเป็นเครื่องประดับเหมาะสมกับเสื้อผ้าคนอ้วนแบบที่เราเลือกใส่ให้ได้


เหมือนกัน อาจเลือกคาดเข็มขัดเส้นเล็กๆ ต่ำๆ ใต้สะโพก จะช่วยให้ไม่เน้นช่วงท้อง


7.หากต้องการให้ดูรูปร่างเพรียวหรือสูงขึ้น อาจใส่รองเท้าคนอ้วนแบบส้นสูง กับเสื้อผ้าคนอ้วนประเภท


เสื้อสูท


8.เสื้อผ้าแบบใส่สบายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สาวรูปร่างอ้วนชอบเลือกใส่เสื้อผ้าคนอ้วนที่มีเนื้อผ้าแบบนี้


มากกว่าเนื้อผ้าแบบหนาๆ


9.หากไม่ต้องการให้เราดูพองฟู ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าคนอ้วนแบบที่มีระบายฟูฟ่อง หรือลูกไม้ห้อยระย้า


10.เสื้อผ้าคนอ้วนที่มีสีโทนพาสเทลแนวหวาน ควรหลีกเลี่ยง


11.การเลือกเสื้อผ้าคนอ้วนประเภทกางเกง ควรหลีกเลี่ยง อย่าเลือกกางเกงแฟชั่นคนอ้วนที่มีกระเป๋ามาก 


หรือหลายใบ หรือมีที่ด้านหลังจะยิ่งทำให้ดูพองมากขึ้น






3. ถ้านิสิตได้รับมอบหมายให้แต่งกายในวันเปิดตัวแถลงข่าววีดิทัศน์หนังสั้น นิสิตจะแต่งกายอย่าไร?
ตอบ แต่งตัวให้มีบุคลิกที่ดี ให้ดูสะอาด อย่างเช่นชุดนิสิตถูกระเบียบ เพราะการแต่งตัวจะบอกถึงความเป็นมืออาชีพของเรา ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้ชมเกิดความประทับใจและอยากจะติดตามฟังการนำเสนอของเรา จะต้องตัดเล็บให้สั้นเรียบร้อย แต่งการให้สุภาพต้องแต่งกายให้เหมาะกับโอกาสและสถานที่ด้วย สวมเสื้อและกระโปรงให้พอดีตัวไม่รัดแน่นหรือหลวมจนเกินไป กระโปรงก็ไม่สั้นและไม่ยาวจนเกินไป








แบบฝึกหัดท้ายบท สุภาษิตคำคมเกี่ยวกับวันแม่


"บุญคุณไหนไม่เท่าบุญคุณแม่ ที่มีแต่ความรักไม่รู้จักเหนื่อย ท่านห่วงใยใส่ใจเราทุกเมือ"
ให้นิสิตเขียนค้นหาบทความ หรือสุภาษิต ที่เกี่ยวข้องกับวันแม่ เช่น พระคุณแม่ ทำความดีอย่างไรให้กับแม่ พร้อมเขียนบทความลงในเว็บบล็อก และPrint ส่ง พร้อมนำเสนอในสัปดาห์หน้า ความยาวในการนำเสนอไม่เกิน2-3นาที ตามหลักการพูดเพื่อการนำเสนออย่าสร้างสรรค์

ตอบ
แม่ให้ชีวิต ด้วยจิตเมตตา พระคุณล้นฟ้า หาสิ่งใดแทน

คำว่าแม่เป็นคำที่ยิ่งใหญ่และมีความหมายกับเรามาก เพราะแม่เป็นผู้ให้กำเนิดเรามา แม่ให้ชีวิต เลือดเนื้อกับเรามา ที่เราเป็นเรามีชีวิตที่ดีที่สุขสบายแบบนี้ก็เพราะแม่ให้กำเนิด อบรมเลี้ยงดู มาตั้งแต่อยู่ในท้องเป็นเด็กดูแลตัวเองไม่ได้ จนมาถึงทุกวันนี้  แม่เลี้ยงดูเรามาด้วยจิตใจที่อ่อนโยน มีเมตตากับเรา เลี้ยงด้วยความรักด้วยความทะนุถนอม กว่าเราจะโตมาได้จนถึงทุกวันนี้แม่ต้องเหนื่อยกับเรามากแค่ไหน การจะเลี้ยงคนคนหนึ่งให้โตและเป็นคนดีได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ป้อนข้าวป้อนนมทุกวันแม่ก็ยังเลี้ยงดูเราด้วยความอดทนมาได้ ดังนั้นแม่จึงมีบุญคุณกับเรามากมายเหลือเกิน ถ้าไม่มีแม่เราก็คงจะไม่ได้เกิดมา ไม่ได้ลืมตาดูโลก ไม่ได้เป็นเราในทุกวันนี้ พระคุณแม่จึงมีมากมายไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้ พระคุณแม่ล้นฟ้าหาสิ่งใดมาเปรียบได้และไม่มีใครในโลกใบนี้ที่จะรักเราเท่าแม่ของเรา ไม่มีใครเข้าใจจิตใจของเราดีเท่าแม่ของเรา เราต้องรักแม่ของเราให้มากๆ และจำไว้เสมอว่าไม่ว่าเราจะเป็นยังไงแม่ก็จะอยู่กับเราและอยู่เคียงข้างเราเสมอ
                                                                       





                                                                                                                                
                                                                                      

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

การพูดและบุคลิกภาพเพื่อการนำเสนออย่างสร้างสรรค์


บุคลิกภาพการแต่งกายกับการนำเสนออย่างสร้างสรรค์

การมีบุคลิกภาพที่ดีต้อง
สุขภาพ
ความสะอาด
การยิ้ม
ความเป็นมาของการแต่งกาย
- เป็นวัฒนธรรมของแต่ละชาติ
- มีการปลูกฝังตั้งแต่ในครอบครัว
ความสำคัญของการแต่งกาย
- สามารถสื่อสารได้
- ช่วยเสริมบุคลิกภาพ
หลักการแต่งกายที่ดูดี มีเสน่ห์
- เน้นความเป็นตัวของตัวเอง
- ถูกต้องตามกาละเทศะ
- สะอาด  สุภาพ เรียบร้อย   สวยงาม
- รู้จักดัดแปลงแก้ไข
- สร้างเอกลักษณ์ให้กับตนเอง
การแต่งกายให้ดูดี มีเสน่ห์
การแต่งหน้า
การเลือกใช้เครื่องส าอาง
การแต่งสีสัน
ทรงผม
การเลือกทรงผม
ความสะอาด
ความเรียบร้อย
เหมาะสม และดูดี
เสื้อผ้า
สุภาพ
ประณีต
สะอาด

การเลือกเสื้อผ้าตามรูปร่าง
หากเป็นคนผอมบาง
- ใส่สีอ่อนหรือสีสว่างใช้เนื้อผ้าที่มันวาวหลีกเลี่ยง ผ้าแข็ง ผ้าหนา แนบ
เนื้อ หรือรัดรูป
หากเป็นคนอ้วน

สวมเสื้อผ้าที่เสริมไหล่
- ควรเป็นเสื้อผ้าเนื้อเรียบ เบาบาง
- เสื้อควรเป็นคอวี  ลายคั้ง
- ผ้าสีเข้ม ช่วยให้ดูผอม


การฝึกพูดในที่สาธารณะเพื่อการนำเสนออย่างสร้างสรรค์
ทำไมต้องเรียนรู้  การพูดเพื่อการนำเสนออย่างสร้างสรรค์
รู้จักการสื่อสารด้วยคำพูดที่ถูกต้อง
เตรียมตัวเป็นผู้นำ
ส่งเสริมประชาธิปไตย
สร้างมนุษยสัมพันธ์
พัฒนาบุคลิกภาพ
5  พลังสร้างความสำเร็จ
พลังแห่งความคิด  พลังแห่งการกระทำ  พลังแห่งมนุษยสัมพันธ์  พลังแห่งบุคลิกภาพ  พลังแห่งการพู
การพูดกระบวนการสื่อสารความคิดจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง โดย ภาษา  น้ำเสียง  อากัปกิริยา
แนวคิดพื้นฐานการพูดในที่สาธารณะ


- คนทุกคนย่อมพูดได้
- การพูดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
- นักพูดที่ดีไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์
- ในโลกนี้ไม่มีใครเก่งจนไม่มีทางที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีก
- การฝึกพูดจะเป็นผลดีต่อบุคลิกภาพทั้งภายในและภายนอก
ลักษณะของการพูด
- แบบจูงใจ  หรือชักชวน (Persuasive Speech)
- แบบบอกเล่า หรือ บรรยาย (Informative or Instructive Speech)
- แบบบันเทิง (Recreative Speech)
การพูดมีกี่วิธี?
- วิธีแบบพูดท่องจำ
- วิธีพูดแบบอ่านจากร่าง หรือต้นฉบับ
- วิธีพูดแบบพูดจากความเข้าใจหรือจดเฉพาะหัวข้อ
- วิธีพูดแบบกะทันหั
การพูดใช้มาก 2 วิธี
1.วิธีพูดแบบพูดสด
2.วิธีพูดแบบผสมผสาน

บุคลิกภาพในการนำเสนอ

บุคลิกภาพขณะนำเสนอ คือ สภาวะทุกอย่างของผู้
นำเสนอ ทั้งสภาวะทางกายและจิตใจ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการ
กระทำในระหว่างการนำเสนอ




วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

โปสเตอร์ หนังสั้น

โปสเตอร์ หนังสั้นส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
เรื่อง....คนใกล้ตัว
ทีม... PHOENIX


วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วีดิทัศน์ผ่าน Youtube

วีดิทัศน์ผ่าน Youtube หัวข้อ สวัสดีปีใหม่

http://www.youtube.com/watch?v=BQuZEKsSBFg&feature=youtu.be


                         


การใช้โปรแกรม  Windows  Movie  Maker 

1. เขาไปที่  Manu Start

2. เลือกไปที่ Program  File

3. เลือกไปที่โปรแกรม Windows  Movie  Maker      

4. เลือกภาพที่ต้องการจะตัดต่อโดยเลือกที่  Manu   Import  Pictures

5.  เลือกไปยัง File   ที่จัดเก็บรูปภาพไว้

6. จะปรากฏ File  ต่างๆ ที่จัดเก็บไว้

7.  เลือก File  รูปภาพที่ต้องการตัดต่อ

8.  เลือก Import

9. จากนั้นให้เลือกภาพที่ต้องการตัดต่อมาวางที่  Show storyboard โดยรูปภาพที่ต้องการตัดต่อนั้น
ให้วางตรงช่อง Video โดยการใช้เม้าล์คลิกแช่ไว้ตรงรูปภาพที่ต้องการแล้วลากมาตรงช่อง Video

10.  วิธิการเพิ่ม Video  Effects  ในภาพที่ต้องการตัดต่อโดยการคลิกเม้าล์ด้านซ้ายมือตรงภาพที่เลือกที่จะตัดต่อ จะมี Manu ปรากฎขึ้นให้เลือก Video  Effects

11. หลังจากที่เลือก Video  Effects   บนหนาจอจะโชว์ Effects ให้เลือก  คลิกเลือก Effects
ที่ต้องการ แล้วกด Add  ตอบ  OK

12.  วิธิการใส่  Video  Transitions  ระหว่างภาพที่ต้องการตัดต่อ โดยการเลือกที่
VideoTransitions  บนหน้าจอ

13. จากนั้นหน้าจอจะปรากฎ Transitions ให้เลือก Transitions ที่ต้องการให้เม้าล์คลิกแช่ตรง Transitions   ที่ต้องการแล้วลากไปวางระหว่างภาพที่จะตัดต่อ

14. การ  Import  audio or  music  (การลงเพลง)  โดยการการเลือกไปที่  Manu Import  audio
or  music  จากนั้นเลือกไดร์ที่จ่ีดเก็บ  File เพลง ตรง Lock  In เลือก File เพลงที่ต้องการ
แลวเลือก Import

15. ใช้เม้าล์คลิกลากเพลงที่ต้องการมาวางตรงช่อง Audio  Music

16. วิธิการแทรกข้อความบนภาพที่ต้องการตัดต่อโดยการเลือกที่ Manu  titles  or  cardits
จากนั้นหน้าจอจะปรากฏรูปแบบให้เลือก ใหเลือกรูปแบบตามที่ต้องการ
จากนนพิมพ์ข้อความที่ต้องการแทรกลงบนภาพที่ต่้องการตัดต่อแล้วไปที่ Manu edit  title text  
เลือกรูปแบบการโชว์ข้อความ
จากนั้นให้เลือกไปที่ Manu Change the text font and color เพื่อกำหนดแบบข้อความ
แบบตัวอักษร/ ขนาดตวอักษร /สีตัวอักษร ที่ต้องการแทรกลงในภาพที่ตัดต่อ
เป็นการเสร็จสิ้นการเพิ่มตัวอักษร

โปสเตอร์ (Poster)


โปสเตอร์ (Poster) หมายถึง สิ่งพิมพ์ที่ที่เป็นแผ่นเดียวมีขนาดใหญ่หรือเล็กแล้วแต่ผู้จัดทำใช้ติดตาม
สถานที่ต่าง ๆ ในแนวตั้ง เช่น ผนัง ตู้กระจก เสาไฟฟ้า ฯลฯ มีเนื้อหาสาระเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์
สินค้าหรือบริการหรืองานอื่นๆที่ต้องการเรียกร้องความสนใจ ส่วนใหญ่แล้วมักนำเสนอเพียงแนวความ
คิดเดียวเป็นหลักใหญ่



ประโยชน์ของโปสเตอร์ 
1. โดยส่วนมากจะเป็นเครื่องมือในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาสินค้า/บริการ 
งานต่างๆ งานดนตรี ภาพยนตร์
2. เพื่อใช้ในการศึกษานำเสนอสาระใดสารหนึ่ง
3. เพื่อเป็นสื่อการสอนอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ 
4. นำเสนอผลงานทางวิชาการ

ลักษณะของภาพโปสเตอร์ที่ดี
1. รูปแบบต้องสอดคล้องกับเนื้อหาและกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ 

2. มีลักษณะ เด่นชัด มองเห็นสะดุดตา 
3. ข้อความนั้นต้องสั้น กระชับได้ใจความ 
4. รูปภาพเร้าความสนใจ ชวนติดตาม
5. มีการสื่อความหมายได้ตามวัตถุประสงค์ 
6. แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค
7. มีขนาดใหญ่พอที่จะมองเห็นได้ในระยะไกล 
8. ในเรื่องการนำเสนอต้องมีข้อมูลเพียงเรื่องเดียวแลที่สำคัญตรงประเด็น




ส่วนประกอบของโปสเตอร์
1. ข้อความพาดหัว
2. รายละเอียด
3. รูปภาพประกอบ
4. คำขวัญ/สโลแกนเพื่อจูงใจ/ข้อความลงท้าย
5. โลโก้ของหน่วยงานเจ้าของโปสเตอร




ขั้นตอนการออกแบบโปสเตอร์
1. ศึกษารายละเอียดและวิเคราะห์ข้อมูลที่จ าเป็นที่ต้องการสื่อสาร

2. นำข้อมูลที่ต้องการสื่อสารมาออกแบบร่าง
3. เลือกรูปแบบและการวางผัง (Layout) ที่เหมาะสมกับงาน
4. ทำการวางแบบเลย์เอ้าท์นำส่วนประกอบต่างๆมาลองวางลงในหน้ากระดาษ เพื่อดูว่ามีมากพอหรือไม่ 
ต้องการเพิ่มเติมส่วนใด หรือต้องตัดอะไรออก ดูความเข้ากันของส่วนประกอบทั้งหมดโดยใช้
องค์ประกอบศิลปะช่วยในการจัด
5. กำหนดลักษณะของส่วนประกอบต่างๆของงานที่เหมาะสม เช่น แบบ ขนาดของตัวอักษรที่ใช้ในส่
ต่าง ๆ ของเนื้อหา
6.การทำต้นฉบับเหมือนพิมพ์ อาร์ตเวิร์ค (artwork) น าแบบร่างที่ลงตัวถูกต้องแล้ว มาทำให้เป็นขนาด
เท่าของจริง ทั้งภาพและตัวอักษร ช่องไฟ และงานกราฟิคทุกอย่าง ซึ่งปัจจุบันจะใช้โปรแกรมจัดทำอาร์ต
เวิร์ค เช่น Adobe Indesign, Illustrator เป็นต้น
7. ทำการตรวจทาน ดูความถูกต้องของภาษา ความเหมาะสมของรูปภาพ และการจัดวาง
8. แก้ไขรายละเอียดและปรับแต่งขั้นสุดท้าย นำส่งโรงพิมพ์เพื่อทำการจัดพิมพ์ต่อไป












หลักการออกแบบโปสเตอร์




1. ตัวอักษรต้องตัดกับพื้นหลัง


2. ไม่ควรใส่ข้อความแน่นหรือมีจำนวนมากเกินไป


3. ควรคำนึงถึงหลักทฤษฎีสีและศิลปะในการออกแบบ


4. ควรเว้นระยะขอบประมาณ 0.5 ซ.ม.




5. ภาพให้เหมาะสมกับเนื้อหา










ข้อมูลในการผลิตงานพิมพ์โปสเตอร์


1. รูปแบบและรายละเอียดของงานพิมพ์โปสเตอร์งานพิมพ์โปสเตอร์จะมีรูปร่างเป็นกระดาษแผ่นเดียวกระดาษที่ใช้ไม่หนามาก การพิมพ์บนโปสเตอร์จะมีที่พิมพ์เพียงด้านเดียว


2. ขนาดของงานพิมพ์โปสเตอร์ขนาด 15”x 21”, 10.25”x 15”17”x 23.5”(A2), 11.75”x 17”(A3), 8.25”x 11.75”(A4)สำหรับขนาดอื่นที่มิได้กล่าวไว้ อาจทำให้มีการเสียเศษแผ่น


3. กระดาษที่ใช้สำหรับงานพิมพ์โปสเตอร์


กระดาษปอนด์ 100 แกรมขึ้นไปกระดาษอาร์ตมัน/ด้าน 120 แกรมขึ้นไป


4. การพิมพ์และตกแต่งผิวบนของงานพิมพ์โปสเตอร์


มีการพิมพ์โปสเตอร์แบบ 1 สี 2 สี 3 สี 4 สี หรือมากกว่า จะใช้แม่สี 4 สี (CMYK) หรือสีพิเศษก็ได้มักพิมพ์


ด้วยระบบออฟเซ็ท ระบบอิ้งค์เจ็ทหรือระบบดิจิตอล พิมพ์หน้าเดียวสามารถพิมพ์โปสเตอร์เคลือบUV 


เคลือบพลาสติกเงา หรือเคลือบพลาสติกด้าน เคลือบ Spot UV ปั๊มนูน (Embossing) ปั๊มทองหรือฟิล์ม/




ฟอยล์สีต่าง ๆ (Hot Stam)


5. เพิ่มเติมสำหรับงานพิมพ์โปสเตอร์สามารถทำการปั๊มไดคัท (Die-cut) เป็น
รูปต่างๆขึ้นอยู่กับการออกแบบ


6. การปรู๊ฟงานพิมพ์โปสเตอร์จากโรงพิมพ์ฯปรู๊ฟจาก Computer Printer หรือผ่าน Fax สำหรับงานสีเดียว หรือ สองสีควรปรู๊ฟแบบ Digital Proof หรือ ปรู๊ฟจากแท่นปรู๊ฟหากเน้นเรื่องสีสันซึ่งจะถูกนำมาใช้เทีกับงานพิมพ์จริง


7. ระยะเวลาการผลิตงานพิมพ์โปสเตอร์สำหรับโรงพิมพ์ฯส่งมอบภายใน 3 – 5 
วันหลังจากลูกค้าอนุมัติปรู๊ฟแล้